เทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2565 นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการก้าวผ่านสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 หลังจากที่คนไทย ไม่สามารถเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขนี้ได้อย่างเต็มที่มาแล้วถึง 2 ปี
โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องตัดสินใจชั่งน้ำหนักระหว่างมิติด้านสุขภาพของประชาชนกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต้องขับเคลื่อน เพราะหากคุมเข้มมากเกินไป แม้จะสามารถลดตัวเลขการติดเชื้อลงได้ แต่กลับมีผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมา
อย่างในปี 2563 ที่มีการยกเลิกวันหยุดเทศกาล (13-15 เม.ย.63) เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางกลับภูมิลำเนา และมีการบังคับใช้มาตรการอื่น ๆ ควบคู่เช่น การงดจัดกิจกรรม และการงดเดินทางกลับภูมิลำเนา ทำให้ตัวเลขการติดเชื้อหลังสงกรานต์ลดลง แต่ก็ทำให้ภาคเศรษฐกิจได้รับผลกระทบไปไม่น้อย
ขณะที่สงกรานต์ปี 2564 รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการมากขึ้นเพื่อหวังฟื้นลมหายใจภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ประกอบกับเล็งเห็นว่า การได้เดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนในช่วงสงกรานต์นั้น เป็นโอกาสสำคัญที่จะฟื้นบรรยากาศแห่งความสุขและกำลังใจให้กับคนไทยที่ต่อสู้กับโควิด-19 มากว่า 1 ปี จึงกำหนดมาตรการงดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเช่น การเล่นน้ำในที่สาธารณะ การประแป้ง และปาร์ตี้โฟม แต่ไม่ได้มีประกาศหรือคำสั่งงดการเดินทางข้ามจังหวัดหรือกลับภูมิลำเนา ส่งผลให้มีตัวเลขผู้เดินทางระหว่าง 10-14 เม.ย.64 มีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ 4,526,547 คน มากกว่าปี 2563 ถึง ร้อยละ 74.22
สิ่งที่ตามมาหลังเทศกาลสงกรานต์ 2564 คือ ตัวเลขการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจนต้องมีการประกาศปิดสถานประกอบการบางประเภท เช่น ร้านอาหาร และการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร จนถึงขั้นประกาศ ล็อกดาวน์ในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้มมากถึง 29 จังหวัดเพื่อควบคุมการระบาดที่สูงกว่า 20,000 คนต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตสูงสุดถึงกว่า 300 คน สำหรับการจัดกิจกรรม
ในปี 2565 ศบค. เห็นชอบแนวทางการจัดกิจกรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดขอโควิด-19 ดังนี้
การเตรียมพร้อมก่อนสงกรานต์
• ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา เข้าร่วมงานสงกรานต์ ต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ และกลุ่ม 608 ควรได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น
• ก่อนการเดินทางหรือพบปะกลุ่ม 608 ควรทำ Self Clean Up อย่างน้อย 7 วัน ด้วยการงดกิจกรรมเสี่ยง หรือไปในสถานที่เสี่ยง และสังเกตอาการตัวเอง
• ประเมินความเสี่ยงของตนเอง หากพบว่ามีอาการ หรือมีความเสี่ยง ขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงาน หรือให้พิจารณา ตรวจ ATK ก่อนเดินทาง ร่วมงานภายใน 72 ชั่วโมง
• ผู้จัดงาน / กิจการ / กิจกรรม ที่เกี่ยวข้องกับงานสงกรานต์ให้ลงทะเบียนบนระบบ TSC2+ และประเมินตนเองตามประเภทมาตรการ COVID Free Setting ได้แก่ การจัดกิจกรรมพิเศษ (แสดงคอนเสิร์ต ดนตรี งานอีเวนท์ งานเทศกาล มหกรรม) การจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม ในชุมชน ศาสนสถาน ร้านอาหาร ขนส่งสาธารณะ
พื้นที่จัดงานสงกรานต์ ที่มีการจัดเตรียมสถานที่และควบคุมกำกับ
• อนุญาตให้เล่นน้ำ และจัดกิจกรรมตามประเพณี เช่น รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ การละเล่น การแสดงทางวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ขบวนแห่ การแสดงดนตรี
• ต้องปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting และมีการกำกับอย่างเคร่งครัด
• ห้ามประแป้ง ปาร์ตี้โฟม จำหน่ายและบริโภคแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน
• กำหนดช่องทางเข้า-ออกจากงาน จัดจุดคัดกรอง และควบคุมความหนาแน่นในพื้นที่จัดงาน (1 ต่อ 4 ตารางเมตร)
• สวมหน้ากากตลอดเวลา พกเจลแอลกอฮอล์ รักษาระยะห่าง ตลอดเวลาที่ร่วมงาน
พื้นที่สาธารณะไม่มีการควบคุม
• ท้องถนน ฯลฯ ห้ามเล่นน้ำ ประแป้ง และปาร์ตี้โฟม
กิจกรรมรวมกลุ่มในครอบครัว
• รดน้ำดำหัว จัดกิจกรรมในที่มีการระบายอากาศได้ดี หรือที่โล่ง ไม่หนาแน่นหรือคับแคบ
• สวมหน้ากากตลอดเวลา
• งดกิจกรรมการสัมผัสใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกัน
• เลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มร่วมกันเป็นเวลานาน
• ผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ควรได้รับวัคซีนให้ครบ ก่อนร่วมกิจกรรมสังสรรค์ และสัมผัสใกล้ชิดลูกหลาน – ผู้ติดเชื้อและ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงห้ามร่วมกิจกรรม
หลังเสร็จสิ้นงานสงกรานต์
• สังเกตอาการตนเอง 7 วัน
• หลีกเลี่ยงพบปะกับผู้คนจำนวนมาก
• หากพบว่ามีอาการสงสัยติดเชื้อ ให้ทำการตรวจ ATK
• พิจารณามาตรการ WFH ให้เป็นไปตามความเหมาะสม และการพิจารณาของหน่วยงาน
จากมาตรการที่ออกมา จะเห็นว่าสงกรานต์ปีนี้ ยังเป็นอีกปีที่ยังจำเป็นต้องมีมาตรการด้านสาธารณสุขที่เหมาะสม เพื่อให้ภาคเศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อน ไปได้
**รัฐบาลรู้ว่ามาตรการที่ออกไปในช่วงสงกรานต์หลายคนอาจไม่พอใจมีเสียงตำหนิติติง รัฐบาลยอมรับคำ วิพากษ์วิจารณ์ เหล่านั้น แต่จำเป็นต้องทำด้วยอยากให้พี่น้องประชาชนปลอดภัยตลอดจนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่วาดฝันไว้ร่วมกันดำเนินต่อไปโดยไม่ติดขัด**
ด้านกรมควบคุมโรค เปิดเผยการคาดการณ์ฉากทัศน์สถานการณ์โควิด-19 หลังเทศกาลสงกรานต์ 2565 ว่าจะมีการเพิ่มขึ้นทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อและตัวเลขผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม หากดูจากรายงานผู้ติดเชื้อปัจจุบันวันละกว่า 2 หมื่นราย ขณะที่การเสียชีวิตไม่เกิน 100 รายต่อวัน นับว่ายังเป็นไปตามคาดการณ์ ซึ่งคาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเกิน 100 คนต่อวันในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม
ทั้งนี้หากเทียบยอดผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตในช่วงสงกรานต์ คาดว่าสัดส่วนระหว่างผู้ป่วยหนักต่อผู้ติดเชื้อลดลง เพราะช่วงปีที่ผ่านมาตัวเลขผู้ติดเชื้อเคยสูงสุดที่กว่า 23,000 ราย เป็นผู้ป่วยหนักใส่ท่อช่วยหายใจราย 1,400 ราย แต่ปัจจุบัน ตัวเลขผู้ติดเชื้อใกล้เคียงกันแต่มีผู้ป่วยหนักใส่ท่อช่วยหายใจราว 500 ราย หรือ 1 ใน 3 ก่อนหน้านี้ แต่หากนับรวมตัวเลขผู้ติดเชื้อเข้าข่ายหรือ ATK สัดส่วนผู้ป่วยหนักต่อผู้ติดเชื้อจะยิ่งลดลง
ปัจจัยสำคัญที่มีความแตกต่างระหว่างสงกรานต์ 65 กับปีที่ผ่านมา คือ
1. ตัวเลขการฉีดวัคซีนสะสมของไทย กว่า 130 ล้านโดส โดยมีผู้ได้รับวัคซีน 2 เข็ม เกิน 70% ของประชากร ซึ่งอย่างน้อยจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตในกรณีที่ติดเชื้อ
2. การตรวจคัดกรองสามารถทำได้ง่ายขึ้นด้วย ATK ซึ่งปัจจุบันมีการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย และราคาถูก ทำให้พบผู้ติดเชื้อได้ง่ายและเร็ว สามารถแยก ผู้ติดเชื้อได้ทันท่วงที ลดความเสี่ยงจากการนำเชื้อไปสัมผัสคนรอบข้าง
3. ระบบสาธารณสุข ณ ปัจจุบันออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อจำนวนมาก จากเดิมทุกคนต้องเข้า รพ. ซึ่งกระทบต่อระบบสาธารณสุข แต่ปัจจุบัน มีการดูแลแบบผู้ป่วยนอก เจอ แจก จบ ขณะที่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ช่วงสงกรานต์จะมีคนกลับบ้านมากขึ้น มีการดื่มสุรามากขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุให้ศักยภาพการขับรถลดลง ซึ่งขอย้ำมาตรการเดิม "ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ" ซึ่งดำเนินการได้โดยใช้ 3 ด่าน 3 ม. คือ
1. ด่านตัวเอง สร้างความตระหนักว่าถ้าขับต้องไม่ดื่ม ดื่มต้องไม่ขับ ต้องช่วยกันรณรงค์เรื่องนี้ เพราะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต พิการ การสูญเสียต่างๆ
2. ด่านครอบครัว หากมีการฉลองกันในครอบครัว หากเมาก็ควรเตือนไม่ให้ออกไปขับขี่ อาจให้นอนที่บ้านหรือรอให้หายเมาก่อน
3. ด่านชุมชน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพบูรณาการแต่ละส่วนงานคัดกรองไม่ให้คนขับขี่เมาสุราออกมาขับรถและสร้างปัญหาอาจเกิดอุบัติเหตุ ไม่ให้เสี่ยงเมาสุราแล้วมาขับรถ ซึ่งมีเครื่องมือแอปพลิเคชันมาประเมินว่าเมาหรือไม่ในด่านชุมชน นอกจากนี้ 3 ม คือ ไม่เมา ใส่แมสก์ และใส่หมวกกันน็อกด้วย
ขณะที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหาร ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอ กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาล ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2565 ซึ่งจะมีการคุมเข้มระหว่างวันที่ 11–17 เมษายน 2565 เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นพร้อมไปกับการเตรียมมาตรการ เพื่อป้องกันการแพร่และรับเชื้อโควิด 19 โดยเฉพาะในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงจากการให้บริการประชาชน โดยดำเนินการ 3 ส่วน
• การลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน
• การช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุแบบ New Normal
• การบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ
นอกจากนี้ยังสั่งการให้ รพ.ในสังกัดเตรียมพร้อมรับมืออุบัติเหตุสงกรานต์ เปิดศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) เตรียมพร้อมศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการทีมปฏิบัติการฉุกเฉิน (EMS) เตรียมหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินทุกระดับ จัดหน่วยกู้ชีพระดับพื้นฐานและระดับสูงบนถนนสายหลักที่มีจุดตรวจ/จุดบริการอยู่ห่างกันมาก เพื่อให้ดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว หากบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตใช้สิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ (UCEP) เข้า รพ.รัฐหรือเอกชนที่ใกล้ที่สุด โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรก
ทั้งนี้ ได้ขอให้ รพ.ทุกแห่งเพิ่มจำนวนบุคลากรให้มากขึ้น เตรียมห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ห้องไอซียู ระบบส่งต่อ เจาะเลือดตรวจระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุที่ไม่สามารถเป่าลมหายใจผ่านเครื่องตรวจได้ตามการร้องขอของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประสานตำรวจตรวจความเรียบร้อยเป็นระยะป้องกันเหตุความรุนแรงใน รพ. และให้รีบแจ้งเมื่อมีผู้เข้ารักษาจากเหตุทะเลาะวิวาท เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอต่อการระงับเหตุ ดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วยและญาติ ส่วนผู้ก่อเหตุให้ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง