ครม.อนุมัติ ขยายระยะเวลาดำเนิน โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด (กลุ่มจังหวัดได้รับเยียวยาเพิ่ม 1 เดือนในเดือน ส.ค. 2564) และโครงการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จากเดิมที่สิ้นสุดเดือน ธ.ค. 2564 เป็นสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2565
เนื่องจาก สำนักงานประกันสังคม ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการได้รายงานว่า จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาตามโครงการฯ ซึ่งในการนี้ ครม. ให้สำนักงานประกันสังคมเร่งดำเนินการพิจารณาความเหมาะสมของการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวตามขั้นตอนโดยเร็ว เพื่อให้ความช่วยเหลือของภาครัฐถึงกลุ่มเป้าหมายเร็วที่สุด
โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33
สำหรับกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด หรือ พื้นที่สีแดงเข้ม (กลุ่มจังหวัดได้รับเยียวยาเพิ่ม 1 เดือนในเดือน ส.ค. 2564 )
1. กรุงเทพมหานคร
2. นครปฐม
3. นนทบุรี
4. ปทุมธานี
5. สมุทรปราการ
6. สมุทรสาคร
7. ปัตตานี
8. ยะลา
9. นราธิวาส
10. สงขลา
11. ชลบุรี
12. ฉะเชิงเทรา
13. พระนครศรีอยุธยา
วันที่ 16 ธ.ค. 2564 ได้ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้กับนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 แล้ว 2 รอบ รวมเป็นเงิน 31,721.52 ล้านบาท และจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ายังมีกลุ่มผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาตามโครงการฯ ประกอบด้วย นายจ้าง 5,948 แห่ง ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 199,232 คน ประกอบด้วย กลุ่มที่อยู่ระหว่างการจ่ายเงินเยียวยา อยู่ระหว่างการทบทวนสิทธิ อยู่ระหว่างการตรวจสอบนิติสัมพันธ์และยืนยันข้อมูล อยู่ระหว่างเปลี่ยนแปลงรหัสประเภทกิจการ รวมถึงกรณีโอนเงินไม่สำเร็จเนื่องจากบัญชีเงินฝากปิดหรือไม่ได้ผูกกับพร้อมเพย์ และมีวงเงินคงเหลือตามโครงการทั้งระยะที่ 1 และระยะที่ 2 รวม 1,984.24 ล้านบาท
ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถตรวจสอบสิทธิเยียวยา ดังนี้
• เข้าเว็บไซต์ประกันสังคม
• เลือกตรวจสอบสิทธิโครงการเยียวยาฯ (ผู้ประกันตนมาตรา 33)
• กรอกเลขที่บัตรประชาชนจำนวน 13 หลัก
• กรอกรหัสให้ตรงกับรูปภาพ
นายจ้าง สามารถตรวจสอบสิทธิเยียวยา ดังนี้
• เข้าเว็บไซต์ประกันสังคม
• เลือกตรวจสอบสิทธิโครงการเยียวยาฯ (นายจ้าง)
• กรอกเลขที่บัญชีนายจ้าง
• ลำดับที่สาขา
• กรอกรหัสให้ตรงกับรูปภาพ
โครงการเยียวยาผู้ประกันตน มาตรา39 และมาตรา 40
วันที่ 21 ธ.ค. 2564 ได้จ่ายเงินเยียวยาแล้ว 72,015.33 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 92.70 ของวงเงินตามโครงการ 77,785 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ เหลือผู้ประกันตนที่ยื่นอุทธรณ์/ทบทวนสิทธิ์ แยกเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จำนวน 3,423 คน และผู้ประกันตนมาตรา 40 จำนวน 190,659 คน
ผู้ประกันตนมาตรา 39 สามารถตรวจสอบสิทธิเยียวยา ดังนี้
• เข้าเว็บไซต์ประกันสังคม
• เลือกตรวจสอบสิทธิโครงการเยียวยาฯ (ผู้ประกันตนมาตรา 39)
• กรอกเลขที่บัตรประชาชนจำนวน 13 หลัก
• กรอกรหัสให้ตรงกับรูปภาพ
ผู้ประกันตนมาตรา 40 สามารถตรวจสอบสิทธิเยียวยา ดังนี้
• เข้าเว็บไซต์ประกันสังคม
• เลือกตรวจสอบสิทธิโครงการเยียวยาฯ (ผู้ประกันตนมาตรา 40)
• กรอกเลขที่บัตรประชาชนจำนวน 13 หลัก
• กรอกรหัสให้ตรงกับรูปภาพ
โครงการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง(รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ
ผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปี ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 จากเดิมสิ้นสุดเดือน พ.ย. 2564 เป็นสิ้นสุดเดือน ม.ค. 2565 เพื่อให้กรมขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม มีระยะเวลาเพิ่มขึ้นในการตรวจสอบข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่ยื่นขอทบทวนหรืออุทธรณ์ในการขอรับเงินจากโครงการเยียวยาฯ
วันที่ 21 ธ.ค. 2564 กรมขนส่งทางบกจ่ายเงินเยียวยาแล้ว 8,077 คน วงเงินรวม 76.60 ล้านบาท คงเหลือวงเงินตามโครงการ 90.34 ล้านบาท (วงเงินตามโครงการ 166.94 ล้านบาท) และขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลผู้ขอรับการตรวจสอบสิทธิ 2,307 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีคุณสมบัติไม่ชัดเจน เช่น ผู้ที่สหกรณ์ยังไม่ยืนยันการเช่ารถ ใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุก่อน ม.ค. บัตรประจำตัวผู้ขับรถสิ้นอายุ(บัตรเหลือง) และรถค้างชำระภาษี เป็นต้น
ครม.อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ พ.ศ. … สร้างหลักประกันแรงงาน นอกระบบราว 20 ล้านคน มีหลักประกันทางสังคมและได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย “แรงงานนอกระบบ” ที่จะได้รับประโยชน์จากกฎหมายดังกล่าว คือ แรงงานสัญชาติไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน หรือไม่ได้เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 ตามกฎหมายประกันสังคม รวมถึงผู้ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เช่น เกษตรกร และประมง พ่อค้า แม่ค้า แผงลอย คนขับแท็กซี่ ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 19.6 ล้านคน หรือร้อยละ 52 ของแรงงานทั้งประเทศ
สาระสำคัญ
• ให้แรงงานนอกระบบมีสิทธิขึ้นทะเบียนแรงงานนอกระบบ และให้แรงงานนอกระบบตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปขึ้นทะเบียนกลุ่มแรงงานนอกระบบตามลักษณะของอาชีพ แรงงานนอกระบบตั้งแต่ 15 กลุ่มขึ้นไปขึ้นทะเบียนเพื่อจัดตั้งองค์กรแรงงานนอกระบบได้ รวมทั้งให้องค์กรแรงงานนอกระบบมีสิทธิเสนอความเห็น ต่อ คณะกรรมการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ
• ให้มี “คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบแห่งชาติ” มีหน้าที่และอำนาจกำหนดนโยบายและแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ และเสนอแนวทางในการแก้ไข ปรับปรุง กฎหมายที่เกี่ยวกับการส่งเสริมดังกล่าวต่อ ครม.
• ให้มี “กองทุนส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ” เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการคุ้มครองแรงงานนอกระบบ