1.1 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบขยายมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงิน 27,000 ล้านบาท ใช้งบกลางปี 64 เป็นค่าดำเนินการใน 3 มาตรการ ได้แก่
1) ขยายเวลาบรรเทาภาระค่าน้ำ/ค่าไฟ จำนวน 1.9 ล้านครัวเรือน ตั้งแต่ ต.ค.64-ก.ย.65 เพิ่มอีก 12 เดือน วงเงิน 2,018 ล้านบาท
ถ้าใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน ให้สิทธิค่าไฟฟ้าฟรี ตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ถ้าใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน ให้ใช้สิทธิตามมาตรการนี้ในวงเงิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
ถ้าใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรสวัสดิการฯ เป็นผู้รับ ภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด
สนับสนุนค่าน้ำประปา จำนวน 186,625 ครัวเรือน วงเงิน 100 บาท /ครัวเรือน /เดือน
ถ้าใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท โดยส่วนเกินต้องชำระด้วยตนเอง
ถ้าใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีบัตรสวัสดิการฯ รับภาระชำระค่าน้ำประปาทั้งหมด
2) สนับสนุนค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าใช้จ่ายการเดินทางและเพิ่มเบี้ยความพิการ ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค/บริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อการเกษตร จากร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านอื่นๆ วงเงิน 18,815 ล้านบาท
กลุ่มที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี ได้รับ 200 บาท/คน/เดือน
กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี ได้รับ 300 บาท/คน/เดือน
และทั้ง 2 กลุ่ม จะได้รับส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 55บาท/คน/3 เดือน การดูแลค่าใช้จ่ายการเดินทาง อาทิ ค่าโดยสาร ขสมก. ระบบ e-Ticket /รถไฟฟ้า บขส. รถไฟ อย่างละ 500 บาท/คน/เดือน เบี้ยความพิการ จำนวน 1,000 บาท/คน/เดือน เพิ่มเติม
3) โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการฯ รอบใหม่ วงเงิน 1,642 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการรับลงทะเบียนของหน่วยรับลงทะเบียน ค่าใช้จ่ายในการผลิตและบริหารจัดการบัตรฯ และวงเงิน 4,530 ล้านบาท จัดสรรสวัสดิการแบบไม่มีกำหนดระยะเวลาสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีบัตรฯ และ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาจทำให้ผู้สมัครรอบใหม่มีจำนวนเพิ่มขึ้น
1.2 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ขยายเวลาปรับลดอัตราจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเพิ่มอีก 3 เดือน ตั้งแต่ 1 ก.ย.- 30 พ.ย.64 ดังนี้
ลดอัตราเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 จากเดิมฝ่ายละร้อยละ 5 เหลือร้อยละ 2.5 ของค่าจ้างผู้ประกันตน
ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตน ม.39 จากเดิมเดือนละ 432 บาท ลดลงเหลือ 235 บาทต่อเดือน (ส่วนผู้ประกันตน ม.40 มติครม.วันที่ 15 มิ.ย.64 ได้เห็นชอบลดเงินสบทบเหลือร้อยละ 60 เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ ส.ค.64- ม.ค.65 แล้ว)
แบบที่ 1 (ได้ประโยชน์ทดแทน 3 กรณี) จากเดิม 70 บาท ลดลงเหลือ 42 บาท/เดือน
แบบที่ 2 (ได้ประโยชน์ทดแทน 4 กรณี) จากเดิม 100 บาท ลดลงเหลือ 60 บาท/เดือน
แบบที่ 3 (ได้ประโยชน์ทดแทน 5 กรณี) จากเดิม 300 บาท ลดลงเหลือ 180 บาท/เดือน
ประโยชน์ การลดเงินสมทบเดือน ก.ย.-พ.ย.64 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ประกันตนในระบบจ่ายเงินสมทบลดลงกว่า 10,721 ล้านบาทและนายจ้างจ่ายเงินสมทบลดลงกว่า 9,629 ล้านบาท ทำให้ผู้ประกันตนนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายช่วยเสริมสภาพคล่องได้ประมาณ 945 - 1,575 บาทต่อคนและนายจ้างมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นเพื่อให้กิจการสามารถเดินต่อไปได้