การเปลี่ยนผ่านรถประจำทางสู่พลังงานไฟฟ้าทันสมัย ลดฝุ่น PM 2.5

        หนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานโดยเฉพาะในเขตเมือง คือการปล่อยไอเสียของรถยนต์ที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นการส่งเสริมให้เกิดการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า Electric Vehicle (EV) ถือเป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือก เพื่อเป็นการช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อีกทั้งยังสอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านยานยนต์ทั่วโลกที่หันมาใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น 
          ล่าสุด ครม.เห็นชอบ โครงการเปลี่ยนรถเมล์เอกชนเป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า (รถร่วมบริการ) ในพื้นที่ กทม. สำหรับโครงการโครงการเปลี่ยนรถเมล์ไฟฟ้ารถร่วมบริการเอกชน ถือเป็นการริเริ่มการเปลี่ยนผ่านจากรถโดยสารสาธารณะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นรถโดยสารสาธารณะที่ใช้พลังงานไฟฟ้า หรือ แบตเตอรี่สู่มอเตอร์ไฟฟ้า ในการขับเคลื่อน ทำให้ไม่มีการปล่อยไอเสียหรือก๊าซเรือนกระจก         ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงถูกกว่าน้ำมัน เมื่อไม่มีเครื่องยนต์จึงบำรุงรักษาง่าย และการทำงานของระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเงียบกว่าเครื่องยนต์ดีเซล ลดมลภาวะทางเสียงอีกด้วย
        ทั้งนี้คาดว่าจะส่งผลให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจก 100 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อคันต่อ (tCO2eq) หรือ 500,000 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่ปี 2564-2573 ซึ่งจะส่งเสริมให้ประชาชนได้เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะที่มีความทันสมัยปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษต่ำ การลดฝุ่น PM 2.5 เปลี่ยนจากพลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานสะอาด เกิดการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางของประชาชน ซึ่งช่วยให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมคุณภาพ ชีวิตและสุขภาพของประชาชนดีขึ้น
          การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามความตกลงปารีสระหว่างราชอาณาจักรไทยและสมาพันธรัฐสวิส  ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือสำหรับการถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ               เปิดโอกาสให้ภาคส่วนในประเทศไทยสามารถถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างราชอาณาจักรไทยและสมาพันธรัฐสวิส ช่วยต่อยอดการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เป็นไปตามแผนนโยบายพลังงาน และยุทธศาสตร์พลังงานแห่งชาติ รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะการปรับตัวสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ รวมถึงการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าตามนโยบาย 30@30 ซึ่งไทยกำลังขับเคลื่อนเพื่อก้าวสู่การเป็นฐานการผลิต         ยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก

        นโยบาย 30@30 คืออะไร ? 
        นโยบาย 30@30 เป็นแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)        ของประเทศ ด้วยการตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือ รถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2030 เพื่อผลักดันไทยก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ด้วยการเป็นฐานการผลิต        ยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลกหรือศูนย์กลางของภูมิภาค        (EV Hub) 

        เป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 
•    รถยนต์นั่งและกระบะ 725,000 คัน 
•    รถจักรยานยนต์ 675,000 คัน 
•    รถบัสและรถบรรทุก 34,000 คัน 
•    ส่งเสริมการผลิต รถสามล้อ / รถไฟระบบราง / เรือโดยสาร 
          เป้าหมายการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
•    รถยนต์นั่งและกระบะ 440,000 คัน 
•    รถจักรยานยนต์ 650,000 คัน 
•    รถบัสและรถบรรทุก 33,000 คัน 
         การส่งเสริมสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า 
•    แบบ Fast Charge 12,000 หัวจ่าย
•    สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับจักรยานยนต์ไฟฟ้า 1,450 สถานี
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
Tag