วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดสกลนครที่ 1 นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานในพิธีปิดโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดสกลนคร แบบเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด กิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม บำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด “บ้านพักใจ” จังหวัดสกลนคร กิจกรรมย่อยที่ 1.1 “บ้านพักใจ” จังหวัดสกลนคร กลุ่ม SMIV ระยะเวลา 120 วัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอและผู้แทนจากทั้ง 18 อำเภอ และครอบครัวของผู้เข้ารับการบำบัดเข้าร่วม
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจ เริ่มต้นด้วยกิจกรรมรับฟังธรรมะจากพระอาจารย์คงณัฐ ธีรังกุโร พระครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ วัดป่าโคกไทรงาม อ.โคกศรีสุพรรณ เพื่อขัดเกลาจิตใจ สร้างสติและปลูกฝังคุณธรรม ให้ผู้ผ่านกระบวนการบำบัดได้นำหลักธรรมไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต รู้จักยับยั้งชั่งใจ มีสติในการตัดสินใจ และตระหนักถึงคุณค่าของตนเองและครอบครัว ก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของกิจกรรมล้างเท้าบิดามารดา เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและขอขมาบุพการี เป็นภาพสะท้อนของความรัก ความผูกพัน และการสำนึกในพระคุณของผู้มีพระคุณที่คอยห่วงใยและรอคอยให้ลูกกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
ช่วงเวลาดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งภาพความประทับใจ เมื่อผู้เข้ารับการบำบัดได้แสดงความรักและความกตัญญูต่อพ่อแม่ ขณะที่ผู้ปกครองต่างร่วมยินดีที่ได้เห็นบุตรหลานผ่านกระบวนการฟื้นฟูและพร้อมกลับไปใช้ชีวิตในครอบครัวและสังคม อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ปกครองบางส่วนที่รู้สึกผูกพันและเป็นห่วง ไม่อยากให้บุตรหลานต้องเดินทางกลับในทันที สะท้อนให้เห็นถึงความรักและความห่วงใยของครอบครัว ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการประคับประคองให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางชีวิตที่ดีขึ้น
สำหรับโครงการดังกล่าว จังหวัดสกลนครดำเนินการระหว่างวันที่ 10 กรกฎาคม – 6 พฤศจิกายน 2569 รวมระยะเวลา 120 วัน มีเป้าหมายนำกลุ่มเสี่ยงจำนวน 100 ราย จากทั้ง 18 อำเภอ เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูระยะยาว โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากผู้ที่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้สามารถกลับมาเป็นคนใหม่ที่มีคุณภาพ ภายใต้หลักสูตรที่เน้น 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.การปรับนิสัย เน้นคุณธรรมและธรรมะ ฝึกปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ และเดินจงกรม เพื่อสร้างสติ 2.การฝึกวินัยและบุคลิกภาพ ปรับเปลี่ยนสภาพร่างกาย ฝึกระเบียบวินัยและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ตนเอง และ 3.การสร้างความรับผิดชอบ ส่งเสริมให้ทำประโยชน์ร่วมกับภาครัฐและภาคประชาสังคม เพื่อให้เห็นคุณค่าของตนเองและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างเหมาะสม
การปิดกิจกรรมในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการสิ้นสุดระยะเวลาของการเข้าค่าย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตใหม่ที่ต้องอาศัยกำลังใจจากครอบครัว ชุมชน และสังคมร่วมกัน จังหวัดสกลนครมุ่งหวังให้ผู้ผ่านกระบวนการบำบัดทุกคนสามารถนำความรู้ ประสบการณ์ และหลักคิดที่ได้รับไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ไม่กลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก พร้อมกลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัว เป็นสมาชิกที่ดีของชุมชน และร่วมกันสร้างสังคมสกลนครให้ปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติดอย่างยั่งยืน