พรรคกล้าธรรม ร่วมกับ ปศุสัตว์สกลนคร ลงพื้นที่รับฟังปัญหาโคขุนโพนยางคำ เร่งแก้ปัญหาราคาตกต่ำ สกัดเนื้อเถื่อนราคาถูก และผลักดันตลาดส่งออก
วันที่ 19 กันยายน 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคกล้าธรรม โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค มอบหมายให้ นายอัครา พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยคณะทำงานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคกล้าธรรม ประกอบด้วย นายสิรภพ สมผล สส.สกลนคร เขต 1 นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล สส.สกลนคร เขต 5 และตัวแทน นายชาตรี หล้าพรหม สส.สกลนคร เขต 2 ลงพื้นที่สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เพื่อ ร่วมประชุม พร้อมรับฟังปัญหาและหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน โดยมี นายสัตวแพทย์สายฝน วงษาทุม ปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร นายสมพาน คำปิตะ ผู้จัดการสหกรณ์ นางสมร ภูผาศรี รองผู้จัดการสหกรณ์ พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนโพนยางคำ ร่วมให้ข้อมูล และสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น
นางสมร ภูผาศรี รองผู้จัดการสหกรณ์ฯ กล่าวว่า เนื้อโคขุนโพนยางคำมีจุดเด่นสำคัญคือเป็นเนื้อวัวคุณภาพสูงที่มีความนุ่ม รสชาติอร่อย ไม่เหม็นสาบ และมีลายไขมันแทรกในเนื้อตั้งแต่เกรด 3.5 ขึ้นไป ซึ่งให้คุณภาพเทียบเท่าเนื้อวากิวเกรด A แต่ปัจจุบันสหกรณ์ฯ กำลังเผชิญกับการแข่งขันสูงจากเนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งออสเตรเลีย ญี่ปุ่น รวมถึงปัญหาเนื้อเถื่อน ซึ่งมีการหลอกว่าเป็นเนื้อโคขุนโพนยางคำ ตั้งราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดอย่างผิดปกติเพื่อดึงดูดลูกค้า ทำให้ส่งออกยากขึ้น
นอกจากนี้ สหกรณ์ฯ ยังประสบปัญหาขาดแคลนเครื่องมือและเครื่องจักรสำหรับแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อลดภาระสต๊อกคงค้าง รวมถึงต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณด้านน้ำเชื้อผสมเทียมเพื่อรักษาสายพันธุ์แท้ของโพนยางคำ และสนับสนุนเวชภัณฑ์ยารักษาโรคสัตว์เพื่อลดต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้น และยังมีปัญหาคดีความเก่าค้างอยู่ 5 เรื่อง ที่กระบวนการทางกฎหมายสิ้นสุดแล้ว แต่ยังไม่สามารถติดตามเงินคืนสู่สมาชิกได้ จึงขอให้ฝ่ายกฎหมายช่วยเข้ามาดูแล
ด้าน นายสิรภพ สมผล สส.สกลนคร เขต 1 กล่าวว่า ปัญหาหลักเกิดจากการบริหารงานในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สหกรณ์เสียเปรียบในเรื่องสัญญาที่ต้องผ่านคนกลาง และกระบวนการทางกฎหมายที่ยังไม่คืบหน้า ซึ่ง คณะกรรมการชุดใหม่ ได้ตั้งทีมกฎหมายขึ้นมาปรับเปลี่ยนสัญญา นอกจากนี้ จากปัญหาการเช่าโรงผลิตอาหารสัตว์ในระยะหลังทำให้สูตรอาหารเปลี่ยนไป คุณภาพลดลง ส่งผลให้ระยะเวลาขุนวัวเพิ่มขึ้นจากเดิม 8-12 เดือน กลายเป็นต้องใช้เวลานานกว่า 18 เดือนถึงจะจำหน่ายได้ ทำให้เกษตรกรแบกรับต้นทุนสูงขึ้น
ทั้งนี้ นายอัครา พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า เบื้องต้นจะนำเรื่องนี้กลับไปประชุมร่วมกับผู้บริหารพรรคและภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อเร่งแก้ปัญหาการขาดทุนสะสมผ่านการผลักดันการส่งออกให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสินค้าแปรรูป น้ำเชื้อผสมเทียม และเวชภัณฑ์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนโพนยางคำอย่างจริงจังต่อไป