สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสกลนคร ปรับบทบาทจากผู้ตรวจสอบ ก้าวสู่การเป็นที่ปรึกษาและกัลยาณมิตรทางการเงินการคลัง เปิด "คลินิกบูรณาการเสริมสร้างความรู้ อุ่นใจไปกับ สตง."
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ ห้องพญาเต่างอย ชั้น 3 สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสกลนคร นางเรณู เงี้ยบงามศรี ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 6 (อุดรธานี) พร้อมด้วยนายปริญ นิทัศน์เอก รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นางสาวนภัสบงกช พลราชม ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันเปิด "คลินิกบูรณาการเสริมสร้างความรู้ อุ่นใจไปกับ สตง. " มุ่งเน้นยกระดับบทบาทจาก ผู้ตรวจสอบ (Auditor) ไปสู่การเป็น ที่ปรึกษาและกัลยาณมิตรทางการเงินการคลัง เพื่อช่วยป้องกันและลดข้อผิดพลาดในการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินตั้งแต่ต้นทาง “สร้างภูมิคุ้มกันทางวินัย รักษาความโปร่งใสให้แผ่นดิน”
นางสาวนภัสบงกช พลราชม ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า "คลินิกบูรณาการเสริมสร้างความรู้ อุ่นใจไปกับ สตง." ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสกลนคร จะมีลักษณะเป็นคลินิกบูรณาการที่คอยให้คำปรึกษาที่เรียกว่า "คลินิกกัลยาณมิตร สตง.สกลนคร" โดยยึดหลัก ตรวจอย่างครู ดูแลอย่างหมอ เน้นให้คำแนะนำเพื่อลดความเสียหายต่อเงินแผ่นดิน ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางการเงินการคลัง ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับด้านการเงินการคลังและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐภายในจังหวัดสกลนคร เป็นศูนย์กลางในการให้คำปรึกษา แนะนำแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภายในจังหวัดสกลนคร เพื่อลดข้อผิดพลาดและมูลเหตุแห่งการทุจริต หรือการใช้จ่ายเงินแผ่นดินที่ไม่คุ้มค่า ตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีและทัศนคติเชิงบวก ให้เกิดความใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกับหน่วยรับตรวจ โดยจะเปิดให้บริการสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ณ ห้องประชุม หนองหาร ชั้น 3 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสกลนคร หน่วยงานขอรับตรวจสามารถจองคิวปรึกษาได้ทันทีผ่านช่องทางคิวอาร์โค้ดที่ลิ้งก์ https://get-qr.com/bdQxhk
ทั้งนี้ จังหวัดสกลนคร มีหน่วยรับตรวจ ทั้งส่วนภูมิภาค สถาบันการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งสิ้น 1,337 แห่ง จากสถิติรายงานผลการตรวจเงินแผ่นดินที่ผ่านมา ยังคงพบข้อบกพร่องที่ไม่ได้เกิดจากเจตนาทุจริต แต่มีสาเหตุหลักมาจากความซับซ้อนของระเบียบกฎหมายที่ปรับปรุงอยู่เสมอ และข้อจำกัดด้านเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เกิดความวิตกกังวล ชะลอการเบิกจ่าย และส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานพัฒนาจังหวัด