จังหวัดสกลนคร เดินหน้ายกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจประเมินคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่นระดับจังหวัด ณ เทศบาลนครสกลนคร ชู “ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง” มรดกภูมิปัญญาอีสานอันทรงคุณค่า สู่การต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากและ Soft Power ของจังหวัด
วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายวีรรัตน์ ธีรมิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย นางรุ่งจิตร อรรถสาร ท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร นายองอาจ ซองทุมมินทร์ พัฒนาการจังหวัดสกลนคร และคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่ตรวจประเมินคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่นระดับจังหวัด ณ เทศบาลนครสกลนคร โดยมี นายนิวัตร อภัยจิตต์ รองนายกเทศมนตรีนครสกลนคร นำคณะผู้บริหาร ภาคีเครือข่าย และสถานศึกษา ร่วมนำเสนอผลงานภายใต้อัตลักษณ์ “ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง” หรือ ประเพณีออกพรรษาแห่ปราสาทผึ้งและแข่งขันเรือยาวฯ จุดเด่นสำคัญของงาน คือ การสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านการสร้าง “ปราสาทผึ้ง” ทั้งแบบโบราณและประยุกต์ ที่ถ่ายทอดความเชื่อ วิถีชีวิต และความศรัทธาของชาวไทยอีสานได้อย่างงดงาม อีกทั้งยังสะท้อนพลังความร่วมมือและความสามัคคีของคนในชุมชน ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ภายในงานประเพณีแห่ปราสาทผึ้งและแข่งขันเรือยาว “ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตากับขบวนแห่ปราสาทผึ้งกว่า 10 ขบวน จากคุ้มวัดต่าง ๆ ซึ่งแต่ละขบวนมีการออกแบบลวดลายวิจิตรสวยงาม สื่อถึงพุทธประวัติและศิลปวัฒนธรรมอีสานอย่างประณีต พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดสกลนคร นอกจากนี้ ขบวนปราสาทผึ้งทั้งหมดจะเคลื่อนมารวมกัน ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมถ่ายภาพ ชื่นชมความงดงาม และถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน อีกทั้งยังมีกิจกรรม “ปราสาทผึ้ง เบิ่งได้ตลอดเดือน” เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชมความงดงามของปราสาทผึ้ง ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร และวัดในชุมชนที่ร่วมจัดทำปราสาทผึ้ง ตลอดเดือนตุลาคมของทุกปี ประเพณีแห่ปราสาทผึ้งของจังหวัดสกลนคร นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันโดดเด่น พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยว และสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาวอีสานให้คงอยู่สืบไป