จังหวัดสกลนคร สทนช. ภาค 3 เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น การปฐมนิเทศโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566-2580) ดึงตัวแทน 7 จังหวัดร่วมระดมความคิดเห็นผ่านกระบวนการ SEA เร่งจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ พ.ศ. 2566-2580 เน้นการมีส่วนร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างแท้จริง
วันนี้ (8 เมษายน 2569) ที่ห้องประชุมเปรมปรีดา โรงแรม เอ็ม เจ เดอะมาเจสติค อำเภอเมือง สกลนคร นายปริญ นิทัศน์เอก รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566-2580) โดยมีนายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 เป็นผู้กล่าวรายงาน
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้น โดยสืบเนื่องจากพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 มาตรา 35 (1) ที่กำหนดให้คณะกรรมการลุ่มน้ำมีหน้าที่และอำนาจในการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพื่อให้ความเห็นชอบ ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 3 ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ จึงได้กำหนดให้มีการศึกษา ทบทวน และปรับปรุงแผนแม่บทฯ โดยนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อให้การกำหนดทิศทางคำนึงถึงมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน ซึ่งแผนแม่บทที่กำลังดำเนินการนี้จะมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการหรือแผนงานโครงการของหน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 3 จนถึงปี พ.ศ. 2580 อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการประชุมในวันนี้ถือเป็นเวทีที่ 2 จากการจัดทั้งหมด 3 เวที ซึ่งจัดขึ้นเพื่อครอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร โดยเป้าหมายสำคัญของการจัดงานเปรียบเสมือนการติดกระดุมเม็ดแรกของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน เพื่อรับฟังการชี้แจงรายละเอียดโครงการ ตลอดจนร่วมกันบ่งชี้ประเด็นปัญหา ความท้าทาย โอกาส ความคาดหวัง และข้อห่วงกังวลต่างๆ ซึ่งการดำเนินการนี้ไม่ได้อาศัยเพียงข้อมูลตัวเลขทางสถิติ แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมคิดและร่วมตัดสินใจ
ทั้งนี้ ข้อมูลและข้อเสนอแนะทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ประกอบการกำหนดขอบเขตการศึกษาให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ นำไปสู่การบริหารจัดการลุ่มน้ำอย่างมีศักยภาพ เป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ และเกิดดุลยภาพในการพัฒนาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป