ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 11 พร้อมคณะ ลงพื้นที่สกลนคร ติดตามโครงการ "บ้านพักใจ" ในการบำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติดกลุ่มสีแดง โดยใช้ธรรมะและการฝึกวินัย เตรียมส่งคืนอ้อมกอดชุมชน
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. นางสุภัทร กิจเวช ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 11 พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสกลนครเพื่อประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล ในด้านการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะโครงการ “บ้านพักใจ” ซึ่งเป็นค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม บำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด โดยมี นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและร่วมประชุม ณ ห้อง SPOC ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสกลนคร (หลังใหม่) ก่อนจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดสกลนคร ที่ 1
นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า โครงการ "บ้านพักใจ" จัดขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มผู้ป่วยยาเสพติดและจิตเวชที่ชุมชนยังไม่พร้อมรับกลับ ซึ่งอยู่ในการดูแล จำนวน 35 คน โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม "สีแดง" ที่มีประวัติการใช้ความรุนแรงหรือมีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย แม้จะไม่มีงบประมาณเฉพาะ แต่ทางจังหวัดได้ปรับปรุงพื้นที่ของกองร้อย อส.จ.สกลนคร ที่ 1 มาเป็นสถานบำบัด โดยเน้นการฝึกวินัย ปรับทัศนคติ และสร้างความรับผิดชอบผ่านกิจกรรมประจำวัน เช่น การออกกำลังกาย การเคารพธงชาติ การทำงานจิตอาสาทำความสะอาดวัดตามนโยบาย "Sakonnakorn Clean & Green City" รวมถึงการฝึกจิตด้วยการสวดมนต์และทำสมาธิทุกวัน โครงการนี้ยังได้รับความเมตตาจาก พระเทพวชิรรังษี เจ้าคณะจังหวัดสกลนคร (ธ) เจ้าอาวาสวัดป่าสุทธาวาส รวมถึงวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ ที่ร่วมสนับสนุนด้านอาหารและขนมจากการบิณฑบาตเพื่อช่วยดูแลผู้เข้ารับการบำบัด
สำหรับแผนการบำบัดเน้นความเข้มข้นภายในศูนย์เป็นเวลา 4 เดือน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมอาชีพตามความถนัด เช่น งานเกษตรหรืองานช่าง เพื่อให้ผู้บำบัดมีทักษะในการเลี้ยงชีพและไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก โดยเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ผู้บำบัดสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปลอดภัยทั้งต่อตนเองและครอบครัว
ด้านนางสุภัทร กิจเวช ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมความสำเร็จของจังหวัดสกลนครที่ใช้กลไกการบูรณาการแบบเต็มกำลัง ทั้งจากส่วนราชการ อาสาสมัครรักษาดินแดน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ในการแก้ไขปัญหา โดยระบุว่าจุดแข็งที่สุดคือความร่วมมือระหว่างภาคราชการและภาคท้องถิ่นที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนตามนโยบาย "สกลนครเมืองแห่งความสุข" ทั้งนี้ ปัญหาและอุปสรรคที่พบจากการลงพื้นที่ครั้งนี้จะถูกนำรายงานต่อระดับนโยบายเพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขต่อไป