สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร ประกาศเดินหน้านโยบาย “ยกระดับ อสม. ยุคใหม่ สู่ผู้ช่วยสาธารณสุข” ตั้งเป้าพัฒนา 10,000 คน ภายใน 4 เดือน สร้างสวัสดิการยั่งยืน ปูพรมตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี (HCV) ให้บริการตรวจรักษาฟรีแก่ประชาชนและกลุ่มเสี่ยง
วันนี้ (26 พ.ย. 68) ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร นายแพทย์พรพัฒน์ ภูนากลม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร เป็นประธานเปิดงานมอบนโยบายกระทรวงสาธารณสุข “ยกระดับ อสม. ยุคใหม่ สู่ผู้ช่วยสาธารณสุข เพื่อสวัสดิการที่ยั่งยืนและการขับเคลื่อนนโยบาย HCV รักษาฟรี เพื่อคนไทยห่างไกลมะเร็งตับ” โดยมีแพทย์หญิงพิรุณี สัพโส ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพังโคน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนายวิชาญ ดาทุมมา นายอำเภอพังโคน หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์ และพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้าร่วมงานกว่า 500 คน อีกทั้งยังมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับชม
นายแพทย์พรพัฒน์ ภูนากลม กล่าวว่า ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ส่วนสำคัญมาจากพลังของ “อสม.” ที่ช่วยให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตตางๆ มาได้ กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายเร่งด่วนในการสร้างขวัญและกำลังใจ โดยตั้งเป้ายกระดับ อสม. จำนวน 10,000 คน ภายในระยะเวลา 4 เดือน ให้ก้าวสู่การเป็น “ผู้ช่วยสาธารณสุข” ครอบคลุมทุกตำบล โดยการยกระดับครั้งนี้มุ่งเน้นให้ อสม. มีสมรรถนะและความรู้ในการปฏิบัติงานเชิงรุก เพื่อดูแล ส่งเสริม และป้องกันปัญหาสุขภาพของคนในชุมชน นำไปสู่การพัฒนาระบบสุขภาพที่เข้มแข็ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
ด้าน แพทย์หญิงพิรุณี สัพโส ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพังโคน เปิดเผยว่า การยกระดับ อสม. ยุคใหม่ จะเน้นพัฒนาทักษะเฉพาะทางตามบริบทของพื้นที่ ได้แก่ การเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง (Care Giver), ผู้ดูแลผู้ป่วยเบาหวานในระยะสงบ, ผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และ อสม.นวดเพื่อสุขภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดรายจ่ายด้านสุขภาพของประชาชนแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้และสวัสดิการที่มั่นคงให้กับตัว อสม. เองอีกด้วย
นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการต่อสู้กับโรคไวรัสตับอักเสบซี (HCV) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคตับแข็งและมะเร็งตับ โดยมีเป้าหมายกำจัดโรคนี้ให้สำเร็จภายในปี 2573 ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก ทางจังหวัดจึงได้เร่งดำเนินการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อ โดยเน้นกลุ่มประชาชนที่เกิดก่อนปี 2535 และกลุ่มเสี่ยง หากตรวจพบผลบวกจะมีการส่งต่อเพื่อยืนยันผลและเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายต่อไป