องคมนตรี เปิดงานครบรอบวันก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร “42 ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ สืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อพัฒนาชีวิตที่ยั่งยืน”
วันนี้ (25 พ.ย.67) ที่อาคารสัมมนา 3 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานเปิดงานครบรอบวันก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “42 ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ สืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อพัฒนาชีวิตที่ยั่งยืน” โดยความร่วมมือของ สำนักงานคณะกรรมพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และหน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบ 42 ปี ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยมีนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน มีนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ว่าที่ร้อยตรีรวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และ สื่อมวลชน เข้าร่วมงาน
ภายในงานฯ ได้จัดกิจกรรมผลสำเร็จการพัฒนา ส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามแนวพระราชดำริด้านต่าง ๆ อาทิ งานศึกษาและพัฒนาประมง ดำเนินงานเพาะพันธุ์และสาธิต 11 งานสาธิต ที่สามารถนำไปปรับใช้ในครัวเรือน ประกอบด้วย การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์, การเลี้ยงปลาร่วมกับสุกร, การเลี้ยงกบคอนโด, การเลี้ยงปลาในกระชัง, การเพาะเลี้ยงไรแดง, การเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยร่วมกับไก่สามสายเลือด, การเลี้ยงปลานิลแดงร่วมกับเป็ดบาบาลี, เพาะเลี้ยงปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ, การอนุบาลลูกปลาวัยอ่อน, การเลี้ยงปลานิลร่วมกับปลากดเหลืองในบ่อดิน และการเพาะเลี้ยงปลานิล
การศึกษาและพัฒนาด้านข้าว ได้ดำเนินการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ข้าวภูพาน 1 ให้ต้านทานต่อโรคไหม้ โดยวิธีการใช้เครื่องหมายโมเลกุลคัดเลือกร่วมกับการปรับปรุงพันธุ์แบบวิธีมาตรฐานสำหรับปลูกในพื้นที่นาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นงานศึกษาวิจัยต่อเนื่องระหว่างปี 2566 - 2568 ขณะนี้ มีความก้าวหน้าในการดำเนินงานร้อยละ 70 และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว เช่น ไดฟุกุ, ซีเรียวบาร์, ชามะลิดำหนองคาย, น้ำข้าวกล้องงอก, เบียร์ และสาโท
โอกาสนี้ องคมนตรี และคณะ ร่วมกันเกี่ยวข้าวพันธุ์ กข 83(แปด-สิบ-สาม) เป็นข้าวจ้าวมะลิดำหนองคาย ซึ่งปลูกด้วยวิธีการโยนกล้า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2567 ต่อจากนั้น องคมนตรี เปิดอาคารสาธิตการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ซึ่งจัดขึ้นสร้างเพื่อรองรับผลผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารและยา (อย.) จำนวน 14 ผลิตภัณฑ์ เช่น ไก่ดำภูพานแช่แข็ง, กระต่ายดำภูพานแช่แข็ง, แพะขุนภูพานแช่แข็ง, โคขุนภูพานปรุงรสเสียบไม้, เนื้อแพะขุนภูพานปรุงรสเสียบไม้, คั่วแซ่บกระต่ายดำภูพาน, ลูกชิ้นกวางผสมเนื้อไก่ ณ ภูพาน, ลูกชิ้นแพะขุนภูพานผสมเนื้อไก่, ไส้กรอกกวางผสมเนื้อไก่, ไส้กรอกแพะขุนภูพานผสมเนื้อไก่และมันหมู และแหนมกระต่ายดำภูพาน งานศึกษาและพัฒนาหม่อนไหมและงานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว ดำเนินงานส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎร เช่น กลุ่มผ้าย้อมครามบ้านคำข่า ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม มีสมาชิก 20 คน ได้พัฒนารูปแบบในการตัดเย็บให้ทันสมัยเป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการของตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่กลุ่มสมาชิก เช่น ผ้าคลุมไหล่ กระเป๋า หมวก และเสื้อสำเร็จรูป มีรายได้เฉลี่ยคนละ 3,000 -4,000 บาทต่อเดือน
ทั้งนี้ ในปี 2567 ผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ของศูนย์ฯ ได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน ทั้ง 4 ชนิด คือ นกยูงสีทอง (Royal Thai Silk) นกยูงสีเงิน (Classic Thai Silk) นกยูงสีน้ำเงิน (Thai Silk) และ นกยูงสีเขียว (Thai Silk Blend)
ในช่วงบ่าย องคมนตรี ได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่และแปลงสาธิตเทคโนโลยีการเกษตร อาทิ แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ บนพื้นที่ 5 ไร่ ในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำในพื้นที่ขนาดเล็ก แบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน คือ สระน้ำ ร้อยละ 30 /นาข้าว ร้อยละ 30/พืชสวนพืชไร่ ร้อยละ 30 และที่อยู่อาศัย ร้อยละ 10 /ซึ่งปี 2567 มีเกษตกร และผู้สนใจเข้ารับการอบรม จำนวน 3 รุ่น รวม 150 คน แปลงสาธิตเทคโนโลยีการเกษตร ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เพาะเลี้ยงไข่น้ำ หรือ ไข่ผำ ในบ่อซีเมนต์ ซึ่งเป็นพืชน้ำที่มีมากในพื้นที่ มีโปรตีนและกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายมากกว่า 8 ชนิด สามารถส่งเสริมเป็นอาชีพให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ต่อไป อีกทั้งยังมีการพัฒนาผลผลิตเพื่อแปรรูป เช่น ผักอบกรอบโปรตีนสูง, ไอศกรีม และเจลาโต-รสผลไม้
โอกาสนี้ องคมนตรี และคณะ ร่วมปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดลงแหล่งน้ำในศูนย์ฯ เพื่อสร้างความสมดุลทางธรรมชาติและเป็นแหล่งโปรตีน จำนวน 42,999 ตัว
จากนั้น ได้เดินทางต่อไปยัง งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้ ที่ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมพันธุ์พืชเพื่อทำตัวอย่าง, ดำเนินการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูต้นน้ำลำธารในพื้นที่ศูนย์ฯ โดยการปลูกไม้โตเร็วและไม้มีค่า และเก็บบันทึกข้อมูลทรัพยากร, ขยายพันธุ์ไม้โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และเพาะขยายพันธุ์สมุนไพรเพื่อแจกจ่ายราษฎร
ก่อนเสร็จสิ้นภารกิจ องคมนตรี และคณะ ร่วมชมแปลงสาธิตการปลูกดอกทานตะวัน ซึ่งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ได้ปรับพื้นที่สำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยวฤดูหนาวของจังหวัดสกลนคร โดยองคมนตรี และคณะ ได้ร่วมปลูกต้นลิ้นจี่ พันธุ์ นพ.1 ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ด้วย