คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ จังหวัดสกลนคร เยี่ยมชมสวนเกษตรผสมผสานเกษตรอินทรีย์ ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ของแรงงานชาวสกลนคร ที่ ใช้ประสบการณ์จากการ ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล กลับมาสร้างอาชีพที่บ้านเกิด ต่อยอด สร้างงานสร้างอาชีพให้กับชุมชน
(22 ก.พ.67) นายจรินทร์ จักกะพาก รองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปประเทศ ด้านแรงงาน พันตำรวจโท เธียรรัตน์ วิเชียรสรรค์ นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ นายกรกฎ วิทยาภัทร์ นายยงสิน ยุวธานนท์ อนุกรรมาธิการ และคณะ ได้เดินทางไปยังสวนเกษตรผสมผสานเกษตรอินทรีย์ ของนายรุ่งเรือง พรมกสิกร หมู่ที่ 5 บ้านขัวขอนแคน ตำบลต้นผึ้ง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นแรงงานไทย ที่เดินทางกลับจากการไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล หลังหมดสัญญากับนายจ้าง ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อศึกษาดูงาน และ เยี่ยมชมความสำเร็จ เป็นต้นแบบให้กับแรงงานอื่น ได้ใช้ประสบ การณ์ความรู้ที่ได้รับจากการไปทำงาน กลับมาพัฒนาบ้านเกิด โดยมี
นางณัฐกฤตา ดาหาร แรงงานจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วยจัดหางานจังหวัด สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ประกันสังคมจังหวัด และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด รวมทั้ง หน่วยงานในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ ได้แก่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสกลนคร ร่วมให้ข้อมูลและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
นายจรินทร์ จักกะพาก รองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา กล่าวชื่นชมแรงงานที่มีแนวคิดกลับมาพัฒนาบ้านเกิด โดยนำประสบการณ์และความรู้ด้านเทคโนโลยี ที่ได้รับจากการไปทำงานด้านการเกษตรที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งต้องยอมรับว่าประเทศอิสราเอลสามารถพลิกทะเลทรายให้ปลูกพืชได้ จนกลายเป็นผู้นำเทคโนโลยีการเกษตรอันดับต้น ๆ ของโลก โดยคุณรุ่งเรือง ถือเป็นเกษตรกร ที่มีแนวคิดต้องการพัฒนาตนเองด้วยวิทยาการ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำงานร่วมกับเครือข่ายที่หลากหลายในพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน
สำหรับนายรุ่งเรือง พรมกสิกร ปัจจุบันอายุ 47 ปี เป็นชาวบ้านขัวขอนแคน ตำบลต้นผึ้ง อำเภอพังโคนเคยเดินทางไปทำงานด้านการเกษตรที่ประเทศอิสราเอล เป็นเวลา 5 ปี หมดสัญญากับนายจ้างเมื่อปี พ.ศ.2556 จึงเดินทางกลับมาบ้านเกิดที่อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ปัจจุบันได้นำประสบการณ์ความรู้และเทคโนโลยีที่ได้รับจากการทำงานที่อิสราเอลมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน แนวทางเกษตรทฤฎีใหม่ โดยตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์สกลนคร อำเภอพังโคน มีเครือข่ายจำนวน 8 คน ก่อนหน้านี้เคยปลูกมันญี่ปุ่น และเลี้ยงหนู แต่ต้องยกเลิกเนื่องจากรายได้ไม่เกิดรายวัน ปัจจุบันนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่แบบผสมผสาน ทั้งการเลี้ยงตั๊กแตน ส่งจำหน่ายกิโลกรัมละ 300 บาท แต่หากนำไปทอดแต่ถ้าทอดขายจะได้ 1 กิโลกรัม ต่อ 500 บาท และจำหน่ายไข่ตั๊กแตน กิโลกรัมละ 1,000 บาทโดย จะได้ประมาณ 10- 20 กิโลกรัมต่อครั้ง นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงปลา เลี้ยงพ่อพันธุ์ควายงาม ปลูกผัก ปลูกมะละกอฮอลแลนด์ จำหน่ายเป็นรายได้เสริม ด้วย