ในการประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานเฝ้าระวังและลดการบริโภคเกลือและโซเดียม จังหวัดสกลนคร ซึ่งนายแพทย์สุรพงษ์ ผดุงเวียง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร ได้มอบหมายให้ แพทย์หญิงพิรุณี สัพโส ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพังโคน (Project Manager : DM HT CKD) เป็นประธาน ประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานเฝ้าระวังและลดการบริโภคเกลือและโซเดียม เพื่อให้จังหวัดที่ร่วมดำเนินการลดบริโภคเกลือและโซเดียม ปี 2566 มีกลวิธีการดำเนินงานนำไปสู่การวางแผนลดการบริโภคเกลือและโซเดียมของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีแผนดำเนินการสุ่มตัวอย่างในอาหารที่นิยมรับประทาน ทั้ง 18 อำเภอ ๆ ละ 200 ตัวอย่าง รวมทั้งจังหวัด 3,600 ตัวอย่าง เนื่องจากพบว่าอาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการเกิดโรค ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไตเรื้อรัง และหลอดเลือดสมอง โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 จังหวัดอุดรธานี นำโดย นางเนื้อทิพย์ หมู่มาก นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ โดยมี นางจิตรานนท์ โกสีย์รัตนาภิบาล หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ สุขภาพจิต และยาเสพติด และผู้รับผิดชอบงานโรคไม่ติดต่อจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร โรงพยาบาลทุกแห่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุกอำเภอ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานเทศบาลนครสกลนคร สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด สำนักพุทธศาสนาจังหวัด นักโภชนาการ/โภชนากร และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพุทธรักษา ชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายที่จะรณรงค์การลดบริโภคเกลือโซเดียมในประชากรลง ร้อยละ 30 ให้สำเร็จภายใน พ.ศ. 2568 ตามเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก เพื่อลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร อีกทั้งการวิจัยเกี่ยวกับ “ปริมาณการบริโภคโซเดียมของประชากรไทย จากการประเมินปริมาณโซเดียมในปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ของกลุ่มตัวอย่างอายุ 20-69 ปี ใน 4 จังหวัด คือ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และพะเยา รวม 1,440 ราย พบว่า ค่าเฉลี่ยการบริโภคโซเดียม/วันรวม 4 จังหวัด เท่ากับ 3,236.8 มก. ซึ่งสูงกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนด คือ 2,000 มก. โดยมีปัจจัยที่สัมพันธ์กับการบริโภคโซเดียมในปริมาณที่สูง คือ ระดับดัชนีมวลกายมาก อายุน้อย ระดับการศึกษามัธยมมากกว่าประถม และระดับรายได้เกินหมื่นบาทต่อเดือน นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม การดำรงชีวิต วัฒนธรรมการบริโภคและอาหารประจำถิ่นด้วย