จังหวัดสกลนคร จัดงานพิธีเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 สวดพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร ในโอกาส การประกาศยกย่องพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจ ในวาระครบ 100 ปี
(22 พ.ค.69) ที่วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครเป็นประธานในพิธี สวดพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร พิธีเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ในโอกาส การประกาศยกย่องพระเกียรติคุณพรชะราชกรณียกิจ ในวาระครบ 100 ปี โดยได้รับเมตตา จาก พระเทพวชิรังษี เจ้าคณะจังหวัดสกลนคร (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดป่าสุทธาวาส ประธานสงฆ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์สมณศักดิ์ พระภิกษุสามเณร ร่วมพิธี และออกรับบิณฑบาต ตลอดจน ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ มูลนิธิ ชมรม และพสกนิกรชาวจังหวัดสกลนคร ร่วมพิธี
วันที่ 22 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดพระชนมชีพ โดยเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2527 สิริพระชนมายุ 79 พรรษา พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าที่ครอบคลุมในหลากหลายมิติ ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านการศึกษา ทรงวางรากฐานด้านการศึกษา ณ วังสวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งต่อมาได้พัฒนาและยกระดับขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ด้านการสาธารณสุข ทรงให้การสนับสนุนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างจริงจัง อันนำไปสู่การก่อตั้งและพัฒนาโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี ด้านการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและบทบาทสตรี ทรงเป็นสตรีผู้เป็นแบบอย่างของ "สตรีไทยยุคใหม่" ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างสง่างาม ทรงริเริ่มส่งเสริมการฝึกวิชาชีพให้แก่สตรี เช่น การทอเสื่อจันทบูร เพื่อสร้างรายได้และการพึ่งพาตนเอง
พระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระองค์ไม่เพียงส่งผลดีต่อคนในชาติ แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมประเทศไทยสู่สากล ตั้งแต่การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศในอดีตที่ได้เผยแพร่ภาพลักษณ์อันทันสมัยของสตรีไทยให้ชาวโลกได้ประจักษ์ ตลอดจนแนวพระราชดำริในการยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข และสิทธิสตรี ซึ่งล้วนเป็นวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและสอดรับกับ "เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน" (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติในยุคปัจจุบันอย่างสมบูรณ์
ด้วยคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อสังคมไทยและประชาคมโลก องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) จึงได้ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ในฐานะ "บุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม และความเสมอภาคทางเพศ" ในวาระครบ 100 ปี สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ที่ยังคงส่งผลต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนจนถึงปัจจุบัน